สรุปการประชุมชาวพุทธนานาชาติวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๔๙ (วันที่ ๑) หอประชุมพุทธมณฑล
mcuit [ 08/05/2006 ]

สรุปโดยทีมงาน มจร.

                เมื่อเช้าวันที่ 7 พฤษภาคม 2549 ซึ่งเป็นพิธีเปิดการประชุม ชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ซึ่งได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2549 ณ พุทธมณฑล นครปฐม และ ศูนย์ประชุมองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน

                โดยในช่วงเช้า เมื่อเวลา 08.00 น สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้เดินทางมาถึงพุทธมณฑล เพื่อทำพิธีเปิดนิทรรศการพระพุทธศาสนา ณ พิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนา ภายในพุทธมณฑล โดยมีพระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประธานกรรมการจัดการประชุมชาว พุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก เป็นผู้ถวาย การต้อนรับ และ นำชมนิทรรศการ ภายในอาคาร ซึงในขณะเดียวกัน ประมุขสงฆ์ ผู้นำชาวพุทธ นักปราชญ์ นักวิชาการทางพระพุทธศาสนา จาก 45 ประเทศ ที่เข้าาร่วมประชุมในครั้งนี้ ก็ได้ทยอทกันเดินทางเข้าสู้ภายใน หอประชุมพุทธมณฑล

                ในเวลา 08.45 น พระธรรมโกศาจารย์ ประธานกรรมการ จัดการประชุมชาวพุทธนานาชาติฯ ก็ได้นำสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เข้าสู่ภายหอประชุม เมื่อเข้าภายในหอประชุมแล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้จุดธูปเทียนบูชา พระรัตนตรัยและ เป็นผู้นำ ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด สวดบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นพระธรรมโกศาจารย์ฯ ได้กล่าวถวายรายงาน ดังมีใจความสำคัญดังนี้ "เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2542 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาติ ได้ประกาศรับรอง ให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลของโลก ต่อมา ได้มีการจัดเฉลิมฉลอง วันวิสาขบูชาโดยผู้นำชาวพุทธจาก 13 ประเทศ ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ระหว่างวันที่ 25-28 พฤษภาคม 2547 ที่ประชุมเห็นขอบ ร่วมกันให้จัดกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2548 ณ พุทธมณฑล และ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน เพื่อให้เป็นไปตามมติ ที่ประชุมสมัชชาสหประชาติและ สอดคล้องกับข้อตกลงในแถลงการ ร่วมกันดังกล่าว รัฐบาลไทยภายใต้การนำของท?านนายกรัฐมนตรี พ...ดร ทักษิณ  ชินวัตร จึงได่จัดงบประมาณสนับสนุนการประชุม ชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ 2 ประจำปี 2548 ในระหว่างวันที่ 18 - 21 พฤษภาคม 2548 โดยมีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน ผลของการประชุม ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ ให้พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งโลก และ ให?มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นหน่วยงานหลัก ในการประสานงานจัดประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ในครั้งที่ 3 ประจำปี 2549 เพื่อร่วมฉลองทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช การประชุมชาวพุทธ นานาชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2549 กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2549 โดยรัฐบาลได้สนับสนุนด้านงบประมาณ โดยมีประมุขสงฆ์ ผู้นำชาวพุทธ นักปราชญ์ นักวิชาการทางพระพุทธศาสนา และ ผู้สังเกตุการณ์จาก 45 ประเทศ เข้าร?วมประชุมเป็นจำนวน 2,500 รูป/คน

                จากนั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานในพิธี ได้กล่าว สัมโมทนียกถา เปิดประชุมชาวพุทธนานาชาติดังมีใจความบางส่วนดังนี้ "การดำเนินการประชุม เป็นการประชุมเพื่อจรรโลงโลกพระศาสนา เพื่อประประโยชน์ของชาวโลก ให้อยู่กันอย่างสงบสุข ตามมติ องค์การสหประชาชาติ ได้สร้างความร่มเย็นเป็นสุข ความอบอุ่น การประชุมของเรา ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนกัน พระพุทธเจ้าได้กล่าวสอนว่า ความสามัคคี นำมาถึงความสุข แก่ชาวพุทธ  วันนี้เป็นอีกวันหนึ่ง ที่เราได้มาร่วมประชุมกัน ว่าเรามีความยินดีในการที่ได?ทำความดีร่วมกันแล้ว"

                หลังจากที่กล่าวสัมโมทนียกถา จบแล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานในพิธี ได้ลงจากที่บนเวที แล้วได้กล่าวทักทาย กับประมุขสงฆ์ ผู้นำชาวพุทธ ทั้งหมดที่เข้าประชุม แล้วเดินทางกลับ โดยมีพระธรรมโกศาจารย์ และ คณะกรรมการจัดการประชุมชาวพุทธนานาชาติ ร่วมส่งประธานใน พิธีสงฆ์เดินทางกลับ

                ในภาคบ่าย เป็นพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จพระดำเนินแทน พระองค์ไปทรงเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมชาวพุทธนานา เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จถึงพุทธมณฑลในเวลา14.00 น โดยมี             นายสุวัจน์  ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี และ คณะผู้บริหารของสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยพระธรรมโกศาจารย์ ประธานจัด การประชุมฯ ให้การต้อนรับ เมื่อเสด็จ เข้าสู่ห้องประชุม ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นทรงประทับ

                นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี กราบทูลรายงาน มีใจความสำคัญดังนี้ " ในการประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2549 มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พระสังฆราชและ ประมุขสงฆ์จาก 45 ประเทศและเขตทั่วโลก พร้อมผู้แทน จากต่างประเทศจำนวน 1,200 ท่าน คณะสงฆ์และผู้แทนจากประเทศไทย คณะผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่นิสิตของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย จำนวน 3,000 ท่าน ร่วมทั้งสิ้น 4,200 ท่าน โดยมีวัตถุประสงคื เพื่อร่วมประกาศหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นอารยธรรมสำคัญ ของโลกผ่านกิจกรรมทางวิชาการ การแสดงธรรม ศาสนพิธี และ วิถี ชุมชน เพื่อเป็นการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของกลุ่ม และ องค์กรชาวพุทธตั้งแต่ระดับประเทศถึงนานาชาติตามนโยบายรัฐบาล และเพื่อถ่ายแพร่ศิลปวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา ของชาติไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปีนี้เป็นปีมหามงคลยิ่งสำหรับคนไทย เป็นปีแห่ง พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เพราะฉะนั้น การเฉลิมฉลอง วันวิสาขบูชาโลกในปีนี้ จัดขึ้นยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ การจัดงานฉลองสิริราชสมบัตครบ 60 ปีด้วย"

                จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ได้มีพระดำรัส เปิดการประชุมฯ อย่างเป็นทางการดังใจความบาง ของพระราชดำรัสว่า " สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ข้าพเจ้ามาปฎิบัติพระราช กรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีเปิดการประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลกประจำปี 2549 ในวันนี้ พระพุทธศาสนามีหลักธรรม ขั้นพื้นฐานคือการปฎิบัติตนให้อยู่เย็นเป็นสุข จนถึงขั้นปรมัตถ์ คือการ พ้นจากทุกข์ พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ได้ประสูติ ตรัสรู้ และ ปรินิพาน ในวันเพ็ญวิสาขะ ด้วยเหตุนี้ ชาวพุทธจึงให้ความสำคัญกับวันวิสาขะ เป็นอันมาก แม้องค์การสหประชาชาติได้ยกย่องให้วันวิสาขะ เป็นวันสำคัญของโลก" หลักทรงมีราชดำรัสเปิดประชุมแล้ว ทรงประเคน ของที่ระลึกแด่ประมุขสงฆ์แต่ละประเทศจำนวน 23 รูป แล้วเสด็จทรง          กราบ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พร้อมรับของที่ระลึกจาก สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จากนั้นเสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระดำเนินกลับ การเปิดการประชุมชาวพุทธนานาชาติได้เปิด ขึ้นอย่างเป็นทางการ

                จากนั้นเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ และ อ่านสารผู้นำทางศาสนา จากประเทศต่างๆ และ ในเวลา 15.00 นผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดได้ร่วมกัน ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก